ReadyPlanet.com
dot dot
dot
รายการ
dot
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletสนับสนุนเวปไซด์
dot
ประมวลกฏหมาย
dot
bulletบรรพ 1 ความเบื้องต้น
bulletบรรพ 2 สัญญา-หนี้-ละเมิด
bulletบรรพ 3 เอกเทศสัญญา
bulletบรรพ 4 ที่ดินและทรัพย์สิน
bulletบรรพ 5 ครอบครัว
bulletบรรพ 6 มรดก
bulletกฎหมายอาญา
bulletกฏหมายสัญชาติ
bulletกฏหมายแรงงาน
bulletกฏหมายล้มละลาย
dot
Linkกฏหมาย
dot
bulletศาลยุติธรรม
bulletเนติบัณฑิต
bulletสภาทนายความ
bulletกรมบังคับคดี
bulletศาลปกครอง
dot
Linkทั่วไป
dot
bulletทีวี/ภาพยนต์
bulletคุ้มครองผู้บริโภค
bulletกรุงเทพมหานคร
bulletแผนที่กรุงเทพ
bulletค้นคนจากโทรศัพท์
bulletหนังสือพิมพ์
bulletGoogle




กฏหมายสัญชาติ

พระราชบัญญัติสัญชาติ  (พ.ศ.๒๕๐๘)



พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๘
เป็นปีที่ ๒๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘

มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓
ให้ยกเลิก
(๑)พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕
(๒)พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๖
(๓)พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๙
(๔)พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓

มาตรา ๔
ในพระราชบัญญัตินี้
"คนต่างด้าว" หมายความว่า ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย
------------------------------------------------------------------------
ใน:ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๒ ตอนที่ ๖๒ (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ์ พ.ศ.๒๕๐๘ หน้า ๑

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราช บัญญัตินี้
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕
การได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๒ การเสียสัญชาติไทยตามหมวด ๒ หรือการกลับคืนสัญชาตไทยตามหมวด ๓ ให้มีผลต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลเฉพาะตัว

มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และยกเว้นค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ให้แก่ผู้ใดตามที่เห็นสมควรก็ได้
(๑)คำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
(๒)หนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย
(๓)คำขอกลับคืนสัญชาติไทย
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
การได้สัญชาติไทย

มาตรา ๗
บุคคลดังต่อไปนี้ ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
(๑)ผู้เกิดโดยบิดา เป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
(๒)ผู้เกิดนอกราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบิดาไม่มีสัญชาติ
(๓)ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยมีผลตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘ จนถึงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น
------------------------------------------------------------------
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 89 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 1
กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ
พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม
พ.ศ.2510 หน้า 5
มาตรา ๘
ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้สัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาหรือมารดาเป็น
(๑)หัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต
(๒)หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุลหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางกงสุล
(๓)พนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญขององค์การระหว่างประเทศ
(๔)คนในครอบครัวซึ่งเป็นญาติอยู่ในความอุปการะหรือคนใช้ซึ่งเดินทางจากต่างประเทศมาอยู่กับบุคคลใน (๑) (๒) หรือ (๓)

มาตรา ๙
หญิงซึ่งเป็นต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย ถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ได้สัญชาติไทยให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี

มาตรา ๑๐
คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ คือ
(๑)บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและตามกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ
--------------------------------------------------------------------
ฎ.๖๔๓๔/๒๕๓๔ บุคคลเกิดในประเทศไทยในปี พ.ศ.๒๕๑๘ จากบิดาไทยและมารดาต่างด้าว มารดาเป็นคนต่างด้าวเพราะถูกถอนสัญชาติไทยโดยข้อ ๑ แห่ง ปว.๓๓๗ บิดาและมารดาเพิ่งมาจดทะเบียนสมรสกันในปี พ.ศ.๒๕๒๖ ศาลฎีกาจึงชี้ว่า เนื่องจากขณะที่บุคคลเกิด บิดามารดายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน การที่บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง ก็มีผลเพียงให้บุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๕๔๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ทำให้บุคคลได้สัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ นั่นก็คือ บุคคลจะได้สัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาก็ต่อเมื่อบิดาเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของบุคคลในขณะที่บุคคลเกิด ซึ่งจะต้องปรากฏว่า บิดาและมารดาจดทะเบียนสมรสกันก่อนการเกิดของบุคคลนั้นนั่นเอง
กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติ
พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม
พ.ศ.2510 หน้า 5
(๒)มีความประพฤติดี
(๓)มีอาชีพเป็นหลักฐาน
(๔)มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(๕)มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


มาตรา ๑๑
บทบัญญัติในมาตรา ๑๐(๔) และ (๕) มิให้นำมาใช้บังคับ ถ้าผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
(๑)ได้กระทำความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย หรือได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ราชการซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร
(๒)เป็นบุตรหรือภริยาของผู้ที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือของผู้ได้กลับคืนสัญชาติไทย
(๓)เป็นผู้ได้เคยมีสัญชาติไทยมาก่อน

มาตรา ๑๒
ผู้ใดประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ใหยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าผู้ประสงค์จะขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามวรรคหนึ่งมีบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย และบุตรนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุตรพร้อมกับตนได้ โดยบุตรนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐(๑) (๓) (๔) และ (๕)
----------------------------------------------------------------------
กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5

กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5
การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาต ให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้ผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทยปฏิญาณตนว่า จะมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย
ผู้แปลงสัญชาติเป็นไทยชอบที่จะขอหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทยได้

หมวด ๒
การเสียสัญชาติไทย

มาตรา ๑๓
หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของสามีได้ตาม กฎหมายว่าด้วยสัญชาติของสามี ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๔
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของบิดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบรูณ์มีผลตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘ จนถึงวันที่ ๒๕กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น
เมื่อได้พิจารณาความจำนงดังกล่าวแล้ว เห็นว่ามีหลักฐานเชื่อถือได้ว่า ผู้นั้นอาจถือสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่นได้จริง ก็ให้รัฐมนตรีอนุญาต เว้นแต่ในระหว่างประเทศมีการรบหรืออยู่ในสถานะสงคราม รัฐมนตรีจะสั่งระงับการสละสัญชาติไทยรายใดก็ได้
-------------------------------------------------------------------
กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5
เช่นเดียวกัน
มาตรา ๑๕
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าวและอาจถือสัญชาติของบิดาได้ หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง แต่ไม่ได้แสดงความจำนงภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๑๔ หรือผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มีผลตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘ จนถึงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้สละสัญชาติไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี

มาตรา ๑๖
หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สัญชาติไทยโดยการสมรส อาจถูกถอนสัญชาติไทยได้เมื่อปรากฏว่า
(๑) การสมรสนั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเท็จอันเป็นสารสำคัญ
(๒) กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
(๓) กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ๑๗
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได้ เมื่อปรากฏว่า
(๑) ไปอยู่ในต่างประเทศที่บิดามีหรือเคยมีสัญชาติเป็นเวลาติดต่อกันเกินห้าปีนับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะ
----------------------------------------------------------
เช่นเดียวกัน
ฎ.๒๑๔๔/๒๕๒๓ คนไทยโดยหลักดินแดนซึ่งเกิดเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๘ บิดาและมารดาเป็นคนสัญชาติอินเดีย ถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งถอนสัญชาติไทยเพราะมีเจตนาหลบหลีกการเกณฑ์ทหารและไปอยู่ในประเทศอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่บิดามีสัญชาติ บุคคลดังกล่าวร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ศาลยกคำร้อง
(๒)มีหลักฐานแสดงว่า ใช้สัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น หรือฝักใฝ่อยู๋ในสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น
(๓)กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
(๔)กระทำการใดๆ อันขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
การถอนสัญชาติไทยตาม (๑) หรือ (๒) ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง ส่วนการถอนสัญชาติไทยตาม (๓) หรือ (๔) เมื่อพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลเป็นผู้สั่ง


มาตรา ๑๘
เมื่อมีพฤติการณ์อันเป็นการสมควรเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์ของรัฐ รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแก่ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว หรือโดยมีมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อปรากฏว่า
(๑)บิดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็นผู้ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(๒)บิดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว
(๓)บิดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็นผู้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมีผลตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘ จนถึงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น

มาตรา ๑๙
รัฐมนตรีมีอำนาจถอนสัญชาติไทยแก่ผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ เมื่อปรากฏว่า
--------------------------------------------------------------
ฎ.๒๒๔๖/๒๕๓๕ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรที่เกิดในประเทศเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ จากบิดาจีนและมารดาไทย ผู้ร้องย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น แต่ปัญหาว่า การที่ผู้ร้องอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และใช้สัญชาติจีนอันเป็นสัญชาติของบิดาตลอดมานั้น กรณีเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สั่งถอนสัญชาติไทย แต่เมื่อยังไม่มีคำสั่งนั้น ผู้ร้องก็ยังมีสัญชาติไทยต่อไป
(๑)การแปลงสัญชาตินั้นได้เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเท็จอันเป็นสารสำคัญ
(๒)มีหลักฐานแสดงว่า ผู้แปลงสัญชาตินั้นยังใช้สัญชาติเดิม
(๓)กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ
(๔)กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(๕)ไปอยู่ต่างประเทศโดยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยเป็นเวลาเกินห้าปี
(๖)ยังคงมีสัญชาติของประเทศที่ทำสงครามกับประเทศไทย
การถอนสัญชาติไทยตามมาตรานี้ จะขยายไปถึงบุตรของผู้ถูกถอนสัญชาติไทยในเมื่อ บุตรนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะและได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสองด้วยก็ได้ และเมื่อรัฐมนตรีสั่งถอนสัญชาติไทยแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

มาตรา ๒๐
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมตำรวจ และอธิบดีกรมอัยการเป็นกรรมการ มีหน้าที่พิจารณาการถอนสัญชาติตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ (๑) หรือ (๒) มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ เมื่อมีพฤติการณ์ปรากฏว่า ผู้ใดอาจถูกถอนสัญชาติไทยได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ก็ให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ

มาตรา ๒๑
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว ถ้าได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้เสียสัญชาติไทยมีผลตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๐๘ จนถึงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น

มาตรา ๒๒
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว หรือสละสัญชาติไทย หรือถูกถอนสัญชาติไทย ย่อมเสียสัญชาติไทย
หมวด ๓
การกลับคืนสัญชาติไทย

มาตรา ๒๓
หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สละสัญชาติไทยในกรณีที่ได้สมรสกับคนต่างด้าวตามมาตรา ๑๓ ถ้าได้ขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ย่อมมีสิทธิขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ การขอกลับคืนสัญชาติไทย ให้ยื่นแสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๔
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้เสียสัญชาติไทยตามบิดาหรือมารดาในขณะที่ตนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถ้าประสงค์จะกลับคืนสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในสองปีนับแต่วันที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้กลับคืนสัญชาติไทย ให้อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
----------------------------------------------------------------
กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5

กฎกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2510 ออกตามความในพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ประการศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84 ตอนที่ 46 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2510 หน้า 5







Copyright © 2010 All Rights Reserved.